นโยบายความเป็นส่วนตัว บริษัท กรีน เมทัลส์ (ประเทศไทย) จำกัด

การปรับปรุงคร้ังล่าสุด: พฤษภาคม พ.ศ. 2565

1. บทนำ

บริษัท กรีน เมทัลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นบริษัทที่ประกอบธุรกิจ คัดแยกและรีไซเคิลโลหะโดยการตัด บด ย่อยเศษโลหะให้เป็นชิ้นเล็กๆ ซื้อมาขายไป ขนส่งเศษโลหะและวัสดุที่ไม่ใช้แล้วที่ไม่เป็นอันตรายทุก ประเภท ถอดแยกรถยนต์ต้นแบบหรือรถยนต์ทดลองผลิตจากโรงงานผู้ผลิตรถยนต์รถยนต์ที่ใช้แล้วหรือ รถยนต์หมดสภาพ ถอดแยกรถยก (Fork Lift )และถอดแยกชิ้นส่วนถุงลมนิรภัยรถยนต์คลังสินค้าเพื่อ จัดเก็บวัสดุที่ไม่ใช้แล้วทุกประเภท รวบรวม เก็บแผ่นวงจร PCB (Printed Circuit Board) หรือ PWB (Printed circuit wiring board) เพื่อส่งขายต่างประเทศถอดแยกชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์รถยนต์ที่ไม่ใช้แล้ว ได้แก่ ABS Actuator, ECU (Engine Control Unit) และ Airbag computer โดยตามประมวลจรรยาบรรณและจริยธรรม ของเรา บริษัทจะเคารพสิทธิความเป็นส่วนตัวของข้อมูลที่บริษัทรวบรวม ใช้ประมวลผล จัดเก็บ เปิดเผย และ/หรือ โอนเพื่อกิจกรรมต่างๆ ทางธุรกิจ

2. วัตถุประสงค์ของนโยบายความเป็นส่วนฉบับนี้

นโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลแก่ท่านเกี่ยวกับวิธีการประมวลผล(ซึ่งรวมถึง การรวบรวม การใช้ การจัดเก็บ การเปิดเผย และการโอน) (ต่อไปในที่นี้เรียกว่า “การประมวลผล” หรือ “ประมวลผล”) โดยบริษัท กรีน เมทัลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ( “บริษัท”, "เรา", "พวกเรา" หรือ"ของเรา" ในนโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้) ต่อข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้องกับบุคคลธรรมดาที่ได้ระบุตัวตนแล้วหรือ สามารถระบุตัวตนได้ในประเทศไทย และ (ให้บุคคลธรรมดาดังกล่าวเป็น “เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล”และ ให้ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวเป็น “ข้อมูลส่วนบุคคล”) ในฐานะเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล (หรือผู้ ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลหากเหมาะสม)

โดยตามประมวลจรรยาบรรณและจริยธรรมสากลของพวกเรา เราจะเคารพสิทธิความเป็นส่วนตัวของบุคคล และปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (ค.ศ. 2019) (“พีดีพีเอ”)

3. ข้อมูลส่วนบุคคลที่เราประมวลผล

ข้อมูลส่วนบุคคล หมายถึง ข้อมูลใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งระบุตัวตนโดยตรงหรือโดย อ้อมของบุคคลดังกล่าว เช่น ชื่อจริง นามสกุล ที่อยู่วันเดือนปีเกิด หมายเลขโทรศัพท์ ภาพถ่าย ข้อมูลไบโอ เมตริกซ์ซึ่งรวมถึงข้อมูลลูกค้าหรือผู้จัดหาวัสดุ ข้อมูลพนักงาน ข้อมูลกรรมการ ผู้ถือหุ้น ผู้รับเหมา เป็นต้น 3 แต่ไม่รวมข้อมูลในกรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไม่สามารถระบุตัวตนได้หรือไม่สามารถระบุตัวตนได้อีก ต่อไป (ข้อมูลที่ไม่ระบุตัวตน)

เราอาจประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลดังต่อไปนี้ :

  • “รายละเอียดส่วนตัวและการระบุตัวตน” (เช่น ชื่อจริง ชื่อกลาง นามสกุล ชื่อผูใ้ช้หรือสิ่งระบุตวัตนที่ คล้ายกัน สถานภาพการสมรส ตำแหน่ง วัน เดือนปีเกิด เพศถิ่นที่อยู่ สถานะทางครอบครัว ที่อยู่ตาม ทะเบียนบ้าน ข้อมูลยานพาหนะ วีซ่า ใบอนุญาตทำงาน บัตรประจำตัวประชาชน หนังสือเดินทาง บัตร ประจำตัวผู้เสียภาษี และบัตรประจำตัวอื่นๆ ที่ทางราชการออกให้);
  • “ข้อมูลการติดต่อ” (เช่น ที่อยู่สำหรับเรียกเก็บเงิน ที่อยู่สำหรับการจัดส่ง ที่อยู่อีเมล์ หมายเลขโทรศัพท์);
  • “ข้อมูลการชำระเงิน” (เช่น รายละเอียดบัญชีธนาคารและบัตรเดบิตหรือบัตรเครดิต);
  • “ข้อมูลสำหรับการตลาดและการติดต่อสื่อสาร” (เช่น สิทธิพิเศษของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในด้าน การตลาดจากเราหรือบุคคลที่สามและสิทธิพิเศษของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในด้านการติดต่อสื่อสาร);
  • “ประวัติส่วนตัว” (เช่น ประวัติการศึกษา ใบรับรองผลการเรียนวุฒิการศึกษา ทักษะ คุณวุฒิ ประวัติ การทำงาน และข้อมูลอื่นใดที่อาจจำเป็นต่อการตัดสินความเหมาะสมกับบทบาทหน้าที่การงานของ เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล);
  • “ข้อมูลความปลอดภัย” (เช่น การบันทึกภาพถ่าย และ/หรือ เสียงด้วยโทรทัศน์วงจรปิด (ซีซีทีวี) ภาพถ่าย ภาพวีดิทัศน์วีดิทัศน์การบันทึกเสียงบทสนทนา ;
  • “ข้อมูลทางเทคนิค” (เช่น ที่อยู่ไอพี คุกกี้ ตำแหน่งอุปกรณ์ที่มีการเข้าถึงขณะใช้เว็บไซต์นี้);
  • “ข้อมูลส่วนบุคคลที่อ่อนไหว” (เช่น ข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพ/เวชระเบียน ผลการตรวจสุขภาพ ข้อมูลไบ โอเมตริกซ์ความทุพพลภาพ เชื้อชาติศาสนา หมู่เลือด บันทึกการฉีดวัคซีน ประวัติอาชญากรรม)

ข้อมูลส่วนบุคคลอาจถูกแปลงเป็นข้อมูลทางสถิติหรือข้อมูลรวมในลักษณะที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลจะไม่ ถูกระบุตัวตนหรือจะไม่สามารถระบุตัวตนได้จากข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวและอาจถูกใช้เพื่อวัตถุประสงค์ ในการวิเคราะห์และการวิจัย

4. ข้อมูลส่วนบุคคลถูกรวบรวมอย่างไร?

เรารวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลรวมทั้งด้วยวิธีดังต่อไปนี้:

  • 4.1 การรวบรวมโดยตรง:
    • เรารวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลโดยตรงจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งรวมถึงการที่เจ้าของ ข้อมูลส่วนบุคคลกรอกแบบฟอร์มที่ก าหนด แบบฟอร์มอิเล็กทรอนิกส์ และ/หรือ โดยการ ติดต่อกับพวกเราทางไปรษณีย์ อีเมล หรือมิฉะน้นั เมื่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล:
      • ขอข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์หรือบริการของเรา;
      • มอบนามบัตรของท่านแก่พวกเรา;
      • สั่งซื้อหรือทำการร้องขอผลิตภัณฑ์หรือบริการของพวกเรา;
      • การแสดงความคิดเห็นหรือติดต่อพวกเรา หรือ
      • สมัครงานและนัดสัมภาษณ์เพิ่มเติม
  • 4.2 การรวบรวมโดยอ้อม:
    • เรายังอาจรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลจากบุคคลที่สาม เช่น องค์กรที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลอยู่ในสังกัด และ/หรือ แหล่งข้อมูลสาธารณะในขอบเขต ที่พีดีพีเอ และกฎหมายที่บังคับใช้อื่นๆ อนุญาต

5. เราประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลอย่างไร

 
  • 5.1 ฐานตามกฎหมายสำหรับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลอันชอบด้วยกฎหมาย

เราจะประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อกฎหมายและ/หรือข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง (โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พีดีพีเอ) อนุญาตให้พวกเราทำได้เท่านั้น

 
  • เมื่อเราประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเราจะอาศัยเฐานตามกฎหมายอย่างน้อยหนึ่งข้อสำหรับการประมวลผล ตามกฎหมาย (ซึ่งรวมถึง แต่ไม่จำกัดเพียงกรณีต่อไปนี้):
    • “ความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล” (การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลในกรณีที่เจ้าของ ข้อมูลส่วนบุคคลได้ให้ความยินยอมต่อการประมวลผลดังกล่าวเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะอย่างใด อย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง);
    • “การปฏิบัติตามสัญญา” (การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลในกรณีที่เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการปฏิบัติตามสัญญาที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นคู่สัญญาหรือสำหรับการดำเนินการต่างๆ ตามคำร้องขอของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเข้าทำสัญญาดังกล่าว);
    • “การปฏิบัติตาม” (การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลในกรณีที่เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการปฏิบัติตาม ข้อผูกพันทางกฎหมายของพวกเราซึ่งบริษัทอยู่ภายใต้บังคับ);
    • “ประโยชน์ที่สำคัญ” (ในกรณีที่เป็นไปเพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพ ของบุคคล);
    • “ประโยชน์อันชอบธรรม” (การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลในกรณีที่จะเป็นฐานประโยชน์อัน ชอบธรรมของบริษัทเพื่อที่จะดำเนินการและจัดการธุรกิจของบริษัทเพื่อจัดให้มีการบริการ และ/ หรือ ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมที่สุด

ก่อนการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามฐานประโยชน์อันชอบธรรมนี้เราจะประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น (ทั้งด้านบวกและด้านลบ) ต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลและต่อสิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลและ ทำการเปรียบเทียบระหว่างผลกระทบดังกล่าวต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลกับฐานประโยชน์อันชอบธรรม ของบริษัทต่อไป เราจะไม่ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลโดยอาศัยเหตุฐานประโยชน์อันชอบธรรมนี้หาก ผลเสียต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลและต่อสิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเกินกว่าฐานประโยชน์อันชอบธรรมของบริษัท

  • 5.2 วัตถุประสงค์สำหรับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

เราได้กำหนดคำอธิบายแบบฉบับ (1) วัตถุประสงค์สำหรับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (2) ชนิดของข้อมูลส่วนบุคคล และ (3) ฐานตามกฎหมายสำหรับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลอันชอบด้วยกฎหมาย ไว้ด้านล่างนี้ในรูปแบบของตาราง

 

(เราอาจประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับฐานตามกฎหมายมากกว่าหนึ่งข้อ ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์เฉพาะของการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล นอกเหนือจากวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ในตารางด้านล่าง โปรดทราบว่า เรายังอาจประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อการปฏิบัติตามข้อผูกพันทางกฎหมายของบริษัท เพื่อประโยชน์ อันชอบธรรม หรือเพื่อประโยชน์ที่สำคัญตามที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายด้วย)

วัตถุประสงค์สำหรับการประมวลผล ข้อมูลส่วนบุคคล ชนิดของข้อมูลส่วนบุคคล ฐานตามกฎหมายสำหรับการประมวลผลอันชอบด้วยกฎหมาย
1. เพื่อจดทะเบียนลูกค้า ผู้จัดหาวัสดุ หรือผู้ให้บริการรายใหม่ (ก) รายละเอียดส่วนตัวและการ ระบุตัวตน
(ข) ข้อมูลการติดต่อ
(ก) การได้รับความยินยอมจากเจ้าของ ข้อมูลส่วนบุคคล
(ข) การปฏิบัติตามสัญญา
(ค) ประโยชน์อันชอบธรรม (เพื่อการบริหารจัดการ)
2. เพื่อจัดหา (หรือจัดซื้อ) สินค้า หรือ ให้ (หรือรับ) บริการอย่างเหมาะสม ซึ่งรวมถึง:
(ก) การทำ (หรือรับ) คำสั่งซื้อ;
(ข) การส่งมอบ (หรือรับ การส่งมอบ);
(ค) การชำระ (หรือการรับ) ค่าธรรมเนียม;
(ง) การบริหารหนี้และสินเชื่อและ
(จ) การให้ (หรือการรับ) บริการ ภายใต้บังคับใบอนุญาตประกอบ ธุรกิจของคนต่างด้าว;
(ก) รายละเอียดส่วนตัวและการ ระบุตัวตน
(ข) ข้อมูลการติดต่อ
(ค) ข้อมูลการชำระเงิน
(ก) การได้รับความยินยอมจากเจ้าของ ข้อมูลส่วนบุคคล
(ข) การปฏิบัติตามสัญญา
(ค) ประโยชน์อันชอบธรรม (เพื่อปฏิบัติตามข้อผูกพันทางธุรกิจ ของพวกเราอย่างเหมาะสม)
3. เพื่อติดต่อและสื่อสารด้านการ สื่อสารการตลาด ทำการวิเคราะห์ข้อมูล และปรับปรุงธุรกิจของบริษัท (ก) รายละเอียดส่วนตัวและการ ระบุตัวตน
(ข) ข้อมูลการติดต่อ
(ค) ข้อมูลสำหรับการตลาดและการติดต่อสื่อสาร
(ก) การได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
(ข) การปฏิบัติตามสัญญา
(ค) ประโยชน์อันชอบธรรม (เพื่อพัฒนาธุรกิจของบริษัทด้วย การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ)
4. เพื่อจัดการรายละเอียดการติดต่อ ซึ่งรวมถึง:
(ก) การให้คำแนะนำการเปลี่ยนแปลงข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับบริษัท
(ข) การขอมีส่วนร่วมในการสำรวจตลาด
(ก) รายละเอียดส่วนตัวและการ ระบุตัวตน
(ข) ข้อมูลการติดต่อ
(ก) การได้รับความยินยอมจาก เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
(ข) การปฏิบัติตามสัญญา
(ค) การปฏิบัติตาม
(ง) ประโยชน์อันชอบธรรม (เพื่อปรับปรุงรายละเอียดการติดต่อของลูกค้าและเพื่อการตรวจสอบสินค้าและ/หรือบริการ)
5. เพื่อบริหารจัดการและปกป้อง ธุรกิจของพวกเราและเว็บไซต์นี้ (ซึ่งรวมถึงการแก้ไขปัญหา การวิเคราะห์ ข้อมูล การทดสอบ การบำรุงรักษา ระบบ การสนับสนุน การรายงาน และการโฮสต์ข้อมูล) (ก) รายละเอียดส่วนตัวและการ ระบุตัวตน
(ข) ข้อมูลการติดต่อ
(ค) ข้อมูลทางเทคนิค
(ก) การได้รับความยินยอมจาก เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
(ข) ประโยชน์อันชอบธรรม (เพื่อการจัดการและการให้บริการ ด้านไอที การรักษาความปลอดภัย เครือข่าย และเพื่อป้องกันการฉ้อฉล)
(ค) การปฏิบัติตาม
6. เพื่อจัดการทรัพยากรบุคคลของบริษัทเพื่อทำการตัดสินใจที่เหมาะสมเกี่ยวกับการสรรหาและการ บริหารทรัพยากรบุคคล (ซึ่งรวมถึงการจัดการการจ่ายเงินเดือน การ ปฎิบัติตามสัญญาจ้างและกฎหมาย แรงงานและการดำเนินการฝึกอบรม) (ก) รายละเอียดส่วนตัวและการระบุตัวตน
(ข) ข้อมูลการติดต่อ
(ค) ข้อมูลการชำระเงิน
(ง) ประวัติส่วนตัว
(ก) การได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
(ข) การปฏิบัติตามสัญญา
(ค) ประโยชน์อันชอบธรรม (เพื่อสรรหาบุคคลที่เหมาะสมและ ตรงตามลักษณะงานที่กำหนดและเพื่อการจัดการทรัพยากร มนุษย์ที่เหมาะสม)
(ง) การปฏิบัติตาม
(จ) ประโยชน์สำคัญต่อชีวิต
7. เพื่อดำเนินมาตรการรักษาความ ปลอดภัยโดยควบคุมการเข้าถึงอาคาร เพื่อให้มีความมั่นใจในความปลอดภัยของพนักงานและผู้เยี่ยมชมของพวกเราและเพื่อบันทึกและเก็บรักษาบันทึกภาพถ่ายรูปภาพ และ/ หรือ เสียงผ่านโทรทัศน์วงจรปิด (ซีซีทีวี) ภาพ ถ่าย ภาพวีดิทัศน์การ บันทึกภาพและเสียงจากการสนทนา (ก) รายละเอียดส่วนตัวและการ ระบุตัวตน
(ข) ข้อมูลการติดต่อ
(ค) ข้อมูลความปลอดภัย
(ก) การปฏิบัติตามสัญญา
(ข) การปฏิบัติตาม
(ค) ประโยชน์อันชอบธรรม (เพื่อความปลอดภัยของพนักงานและผู้ เยี่ยมชมของพวกเรา)
8. เพื่อตรวจสอบหรือจัดการกับข้อเรียกร้องหรือข้อพิพาทที่เกี่ยวข้องธุรกิจของบริษัท หรือปฏิบัติตามข้อกำหนดต่างๆตามกฎหมายข้อ บังคับหรือใบอนุญาต ประกอบการที่บังคับใช้ (ก) รายละเอียดส่วนตัวและการ ระบุตัวตน
(ข) ข้อมูลการติดต่อ
(ค) ข้อมูลการชำระเงิน
(ง) ประวัติส่วนตัว
(จ) ข้อมูลความปลอดภัย
(ก) การปฏิบัติตามสัญญา
(ข) การปฏิบัติตาม
(ค) ประโยชน์อันชอบธรรม (เพื่อตรวจสอบและตอบสนองต่อข้อ เรียกร้องและข้อพิพาทที่เกี่ยวข้องกับ ธุรกิจของบริษัท)
9. เพื่อดำเนินการประเมินการควบคุมภายในของพวกเราและการเฝ้าติดตาม (เช่น โดยวิธีการตรวจสอบ ภายนอกและภายใน) ของ:
(ก) ประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการดำเนินธุรกิจ;
(ข) ความน่าเชื่อถือของการรายงานทางการเงิน;
(ค) การปฏิบัติตามกฎหมายและ ข้อบังคับที่บังคับใช้อันเกี่ยวข้องกับ กิจกรรมทางธุรกิจ;และ
(ง) การปกป้องสินทรัพย์ต่างๆ
(ก) รายละเอียดส่วนตัวและการระบุตัวตน
(ข) ข้อมูลการติดต่อ
(ค) ข้อมูลการชำระเงิน
(ง) ประวัติส่วนตัว
(ก) การได้รับความยินยอมจาก เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
(ข) การปฏิบัติตาม
(ค) ประโยชน์อันชอบธรรม (เพื่อการป้องกันการฉ้อฉลและการ คุม้ครองทรัพยากรขององค์กรท้ัง ทางกายภาพและที่จับต้องไม่ได้)
  • 5.3 การเปลี่ยนวัตถุประสงค์ ฯลฯ

เราจะประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเฉพาะสำหรับวัตถุประสงค์ที่ได้รับแจ้งซึ่งเราได้รวบรวมไว้เว้นแต่เราได้พิจารณาเห็นสมควรว่า เราจำเป็นต้องประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์อื่น และวัตถุประสงค์ ดังกล่าวสอดคล้องกับวัตถุประสงค์เดิมที่แจ้งไว้

หากเราจำเป็นต้องประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์ที่เห็นได้ชัดว่าไม่เกี่ยวข้องกับวัตถุประสงค์ เดิมที่แจ้งไว้เราจะแจ้งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลให้ทราบถึงวัตถุประสงค์ใหม่ และขอความยินยอมจาก เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อนในกรณีที่จำเป็นต้องได้รับความยินยอมของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตาม กฎหมายที่ใช้บังคับ

เราอาจประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ต้องมีการรับรู้หรือความยินยอมของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หากจำเป็นต้องทำเช่นนั้น หรือได้รับอนุญาตให้ทำ เช่นนั้น ได้โดยกฎหมาย และ/หรือข้อบังคับ ที่เกี่ยวข้อง

6. การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

เราอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลต่อบุคคลที่สามดังต่อไปนี้ขึ้นอยู่กับความพร้อมของมาตรการรักษาความปลอดภัยสำหรับการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลและการปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับที่เกี่ยวข้องโดยบุคคลที่สามดังกล่าว :

 
  • “บุคคลที่สามภายใน”
  • “บุคคลที่สามภายนอก”
  • “บุคคลที่สามผู้ซึ่งเราอาจเลือกที่จะขายและโอนกิจการของเรา (หรือในทางกลับกัน) หรือผู้ที่ เราอาจควบรวมกิจการด้วย”
 

เมื่อเราร้องขอให้บุคคลที่สามภายนอกประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลในนามของพวกเรา เราจะไม่อนุญาตให้ พวกเขาใช้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อจุดประสงค์ของพวกเขาเอง เราจะอนุญาตให้พวกเขาประมวลผลข้อมูลส่วน บุคคลเฉพาะที่อยู่ ภายในขอบเขตของคำสั่งของพวกเราและกฎหมายและข้อบังคับที่เกี่ยวข้องซึ่งบังคับใช้ เจ้าของธุรกิจของพวกเรารายใหม่ (ผู้รับโอนธุรกิจ) จะสามารถประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้องใน ขอบเขตเดียวกันกับที่นโยบายนี้อนุญาตไว้และเป็นไปตามพีดีพีเอ เพื่อประโยชน์ในการตีความในส่วนนี้ :

“บุคคลที่สามภายใน” ให้รวมถึงบริษัทแม่ของเราบริษัทย่อยและบริษัทในเครือของบริษัทซึ่งบริษัทถือหุ้นส่วนใหญ่หรือส่วนได้เสียส่วนใหญ่ในประเทศไทย และ/หรือ ประเทศอื่นๆ “บุคคลที่สามภายนอก” ให้รวมถึงบุคคลที่สามดังต่อไปนี้ :

 
  • (ก) ผู้ให้บริการของพวกเราผู้ให้บริการของบุคคลที่สามภายในในประเทศไทย และ/ หรือ ประเทศที่เกี่ยวข้องอื่นใด (ทำหน้าที่เป็นผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ ได้รับมอบหมายของพวกเขาหรือผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลร่วม เป็นต้น);
  • (ข) ที่ปรึกษามืออาชีพของพวกเรา ที่ปรึกษามืออาชีพของบุคคลที่สามภายในใน ประเทศไทย และ/หรือ ประเทศที่เกี่ยวข้องอื่นใด (ทำหน้าที่เป็นทนายความนักบัญชี ผู้ตรวจสอบบัญชี นักการเงิน ผู้รับประกันภัย และที่ปรึกษา ฯลฯ ;และ
  • (ค) ผู้ควบคุม และ/หรือ หน่วยงานข้อมูลส่วนบุคคล/ ข้อมูล/ การคุ้มครองความเป็นส่วนตัวในประเทศไทยและ/หรือ ประเทศที่เกี่ยวข้องอื่นใดซึ่งมีอ านาจกำหนดให้มีการรายงานกิจกรรมการประมวลผล ฯลฯ ในบางพฤติการณ์ตามกฎหมายที่บังคับใช้

7. การโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปต่างประเทศ

การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่กล่าวไว้ในข้อ 6. (การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล)ข้างต้นอาจรวมถึงการโอน ข้อมูลส่วนบุคคลไปต่างประเทศ

เราโอนข้อมูลส่วนบุคคลจากประเทศไทยไปต่างประเทศเฉพาะในกรณีที่ข้อหนึ่งข้อใดต่อไปนี้บังคับใช้:

 
  • (ก) การโอนข้อมูลส่วนบุคคลจากประเทศไทยไปต่างประเทศโดยที่ประเทศปลายทางหรือองค์กรระหว่างประเทศที่ได้รับข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวมีมาตรฐานการปกป้องข้อมูลเพียงพอและการโอนได้ ดำเนินการตามหลักเกณฑ์สำหรับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคลกำหนด; หรือ
  • (ข) การโอนข้อมูลส่วนบุคคลจากประเทศไทยไปต่างประเทศเป็นไป (1) เพื่อการปฏิบัติตามกฎหมาย (2) ด้วยความยินยอมของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล(3) เพื่อการปฏิบัติตามสัญญาที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นคู่สัญญาหรือคำขอก่อนทำสัญญาของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (4) เพื่อการปฏิบัติตามสัญญา ระหว่างบริษัทกับบุคคลอื่นเพื่อประโยชน์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (5) เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หรือ (6) จำเป็นสำหรับการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับประโยชน์สาธารณะในนัยสำคัญ

8. การรักษาความปลอดภัยของข้อมูล

เราได้วางมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เหมาะสมเพื่อป้องกันการสูญหาย การเข้าถึงการใช้ การเปลี่ยนแปลง การแก้ไข หรือการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายและจะตรวจสอบให้แน่ใจว่ามาตรการรักษาความปลอดภยัเป็นไปตามมาตรฐานขั้นต่ำที่คณะกรรมการคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคลได้ระบุและประกาศไว้ตาม พีดีพีเอ

เราจำกัดการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลเฉพาะพนักงานตัวแทน ผู้รับเหมาและบุคคลอื่น และบุคคลที่สามที่กล่าวถึงในข้อ 6. (การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล)ข้างต้นเฉพาะตามที่เป็นการจำเป็นพวกเขาจะได้รับอนุญาตให้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลภายในขอบเขตคำสั่งของพวกเราเท่าน้ันและจะอยู่ภายใต้บังคับหน้าที่ในการรักษาความลับ

หากเราพบว่ามีการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทจะรายงานไปยังสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ชักช้าเกินสมควร และ หากเป็นไปได้ ไม่เกิน 72 ชั่วโมงเมื่อพบ

หากการละเมิดอาจส่งผลให้เกิดความเสี่ยงสูงต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคล เราจะแจ้งเจ้าของข้อมูลส่วน บุคคลที่เกี่ยวข้องว่ามีการละเมิดและให้ข้อมูลเกี่ยวกับการละเมิดและแนวทางการแก้ไขโดยไม่ชักช้าเกินควร

9. ระยะเวลาการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล

เราจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลเท่าที่จำเป็นตามสมควรต่อการบรรลุวัตถุประสงค์ในการรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเท่านั้น เราอาจเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลไว้เป็นเวลานานขึ้นในกรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลฟ้องร้อง หรือหากเรา มีเหตุอันควรเชื่อว่าจะมีการดำเนินคดีกับเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เราอาจเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลไว้แม้ หลังจากได้บรรลุวัตถุประสงค์ในการรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลแล้วในกรณีที่มีความจำเป็นเนื่องจากบริษัทมีประโยชน์อันชอบธรรมอยู่ที่จะทำเช่นน้ันได้หรือเป็นไปเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมายที่บังคับใช้รวมถึง พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 (2017) เพื่อที่จะกำหนดระยะเวลาการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลที่เหมาะสม เราจะพิจารณาจำนวน ลักษณะ และ ความอ่อนไหวของข้อมูลส่วนบุคคลความเสี่ยงต่อความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้หรือเปิดเผยข้อมูล ส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต วัตถุประสงค์ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล โอกาสที่จะบรรลุ วัตถุประสงค์ดังกล่าวด้วยวิธีการอื่นๆ ตลอดจนข้อกำหนดทางกฎหมาย ภาษี การบัญชี หรือข้อกำหนดอื่นๆ ที่บังคับใช้

10. สิทธิทางกฎหมายของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลล

 

10.1 สิทธิทางกฎหมาย

ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลอาจร้องขอต่อบริษัทตามรายละเอียดการติดต่อตามข้อ 12 ของนโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้เพื่อใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลดังต่อไปนี้:

 
  • (ก) สิทธิในการเข้าถึงและขอรับสำเนา: (สิทธินี้ทำให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้องสามารถร้องขอการเข้าถึงและขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วน บุคคลที่พวกเราถือครองอยู่และตรวจสอบสถานะของการประมวลผลข้อมูลส่วน บุคคลดังกล่าวอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เรื่องนี้ยังรวมถึงสิทธิในการขอให้มีการเปิดเผยการได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้มาโดยไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล)
  • (ข) สิทธิในการขอให้โอนย้ายข้อมูล: (สิทธิที่ให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้อง สามารถได้รับข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบที่อ่านได้หรือที่ใช้กันเป็นการทั่วไปโดย วิธีการของเครื่องมือหรืออุปกรณ์อัตโนมัติซึ่งรวมถึงการขอให้มีการส่งหรือโอนข้อมูล ส่วนบุคคลไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่นหรือไปยังเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเว้น แต่ในทางเทคนิคไม่สามารถทำเช่นนั้นได้)
  • (ค) สิทธิในการคัดค้าน: (สิทธิที่ให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้องสามารถที่จะ คัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ในกรณีที่ บริษัท:
    • 1) ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลบนพื้นฐานของประโยชน์อันชอบธรรมหรือ ประโยชน์สาธารณะ ยกเว้นในกรณีที่บริษัทสามารถแสดงเหตุที่ชอบด้วยกฎหมายที่ฟังขึ้นได้หรือได้ดำเนินการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อการจัดตั้ง การปฏิบัติตาม หรือการใช้สิทธิเรียกร้องทางกฎหมายหรือการต่อสู้สิทธิเรียกร้องทางกฎหมาย;
    • 2) ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์ทางการตลาดทางตรง; หรือ
    • 3) ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์ในการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์หรือสถิติเว้นแต่เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการดำเนินกิจกรรมเพื่อ ประโยชน์สาธารณะโดยบริษัท
  • (ง) สิทธิในการลบข้อมูลส่วนบุคคล: (สิทธิที่ให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้อง สามารถขอให้พวกเราลบ ทำลาย หรือไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้องได้หากไม่ มีเหตุผลอันชอบด้วยกฎหมายสำหรับพวกเราในการประมวลผลต่อไป ซึ่งรวมถึงเมื่อข้อมูลส่วนบุคคลไม่จำเนอีกต่อไปในส่วนที่เกี่ยวข้องกับวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลน้ัน หรือเมื่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเพิกถอนความยินยอมของเขา/เธอที่การประมวลผลอาศัยเป็นพ้ืนฐานอยู่และไม่มีเหตุทางกฎหมายอื่นใดแล้ว อย่างไรก็ตาม โปรดทราบว่าเราอาจไม่สามารถปฏิบัติตามคำขอของเจ้าของข้อมูลส่วน บุคคลที่ให้ลบข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ตลอดด้วยเหตุผลทาง กฎหมายตามที่ พีดีพีเอ และข้อบังคับอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องได้อนุญาตไว้)
  • (จ) สิทธิในการระงับการใช้ : (สิทธิที่ให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้องสามารถขอให้เราระงับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ใน สถานการณ์ดังต่อไปนี้:
    • 1) หากบริษัทอยู่ระหว่างการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลส่วนบุคคลตามคำขอของท่าน;
    • 2) ในกรณีของข้อมูลส่วนบุคคลที่จะถูกลบทิ้งหรือลบออกไปตามข้อ 10.1 (ง) แต่ท่านขอให้จำกัดการใช้แทน;
    • 3) บริษัทไม่จำเป็นต้องใช้ข้อมูลส่วนบุคคลอีกต่อไป อย่างไรก็ตามเจ้าของข้อมูล ส่วนบุคคลมีความจำเป็นต้องขอให้มีการเก็บรักษาไว้เพื่อประโยชน์ในการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมายหรือเพื่อยกขึ้นต่อสู้การใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย; หรือ
    • 4) บริษัทอยู่ระหว่างการตรวจสอบตามข้อ 10.1(ก) หรืออยู่ระหว่างการตรวจสอบ เกี่ยวกับ 10.1(ค) เพื่อปฏิเสธคำขอคัดค้านของท่าน
  • (ฉ) สิทธิในการแก้ไขให้ถูกต้อง: (สิทธิที่ให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้องสามารถ ร้องขอให้มีการแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้ถูกต้องได้หากข้อมูลส่วนบุคคลไม่ ถูกต้องไม่เป็นปัจจุบัน หรือไม่สมบูรณ์หรืออาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิด);
  • (ช) สิทธิในการเพิกถอนความยินยอมโดยเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลต่อการประมวลผล ข้อมูลส่วนบุคคล: (สิทธินี้จะไม่กระทบต่อความถูกต้องตามกฎหมายของการประมวลผลใดๆ ที่ได้ดำเนินการไปก่อนการเพิกถอนดังกล่าว หากเจ้าของข้อมูลเพิก ถอนความยินยอมของเขา/เธอเราอาจไม่สามารถให้ผลิตภัณฑ์หรือบริการบางอย่างแก่เขา/เธอได้เราจะแจ้งให้เขา/เธอทราบหากเป็นกรณีเช่นนี้ในเวลาที่มีการเพิกถอนโดย เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว)
  • (ซ) สิทธิในการยื่นคำร้องเรียน: (สิทธิที่ให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้องสามารถยื่น คำร้องเรียนต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้)
 

เมื่อเราได้รับคำขอให้ใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลข้างต้น เราจะดำเนินการตามคำขอโดยไม่ชักช้า เกินควรหากคำขอน้ันได้ดำเนินการตาม พีดีพีเอ และข้อบังคับอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องและเราไม่มีเหตุผลอันชอบด้วยกฎหมายที่จะปฏิเสธคำขอดังกล่าวตามที่กฎหมายได้อนุญาตไว้

เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิที่จะร้องเรียนต่อหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้องซึ่งรับผิดชอบปัญหาการ คุ้มครองข้อมูลที่มีเขตอำนาจได้ อย่างไรก็ตาม เราหวังเป็นอย่างยิ่ง หากท่านมีความกังวลเกี่ยวกับข้อมูลส่วน บุคคลของท่าน ท่านจะแจ้งให้เราทราบเป็นลำดับแรกก่อนติดต่อกับหน่วยงานกำกับดูแลดังกล่าว

10.2 ค่าใช้จ่าย ฯลฯ

โดยหลักแล้วเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ในการใช้สิทธิข้อหนึ่งข้อใดดังกล่าว อย่างไรก็ตาม เราอาจขอให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลรับผิดชอบค่าใช้จ่ายตามสมควรหากเห็นได้ชัดเจนว่าคำขอของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไม่มีมูล ซ้ำซ้อน หรือมากเกินไป เราอาจเลือกที่จะปฏิเสธที่จะตอบคำขอของ เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในสถานะการณ์ดังกล่าวตาม พีดีพีเอ และกฎหมายและข้อบังคับอื่นๆ ที่บังคับใช้

10.3 การให้ข้อมูลเพิ่มเติม

เมื่อเราได้รับคำขอให้ใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เราอาจจำเป็นต้องขอข้อมูลเฉพาะจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อช่วยเราในการยืนยันตัวตนของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลและรักษาสิทธิของเจ้าของ ข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งนี่เป็นมาตรการรักษาความปลอดภัยเพื่อให้แน่ใจว่าข้อมูลส่วนบุคคลจะไม่ถูกเปิดเผยต่อ บุคคลใดๆ ที่ไม่มีสิทธิได้รับข้อมูลส่วนบุคคลนั้น

เราอาจติดต่อเจ้าของ