บริษัท กรีน เมทัลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นบริษัทที่ประกอบธุรกิจ คัดแยกและรีไซเคิลโลหะโดยการตัด บด ย่อยเศษโลหะให้เป็นชิ้นเล็กๆ ซื้อมาขายไป ขนส่งเศษโลหะและวัสดุที่ไม่ใช้แล้วที่ไม่เป็นอันตรายทุก ประเภท ถอดแยกรถยนต์ต้นแบบหรือรถยนต์ทดลองผลิตจากโรงงานผู้ผลิตรถยนต์รถยนต์ที่ใช้แล้วหรือ รถยนต์หมดสภาพ ถอดแยกรถยก (Fork Lift )และถอดแยกชิ้นส่วนถุงลมนิรภัยรถยนต์คลังสินค้าเพื่อ จัดเก็บวัสดุที่ไม่ใช้แล้วทุกประเภท รวบรวม เก็บแผ่นวงจร PCB (Printed Circuit Board) หรือ PWB (Printed circuit wiring board) เพื่อส่งขายต่างประเทศถอดแยกชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์รถยนต์ที่ไม่ใช้แล้ว ได้แก่ ABS Actuator, ECU (Engine Control Unit) และ Airbag computer โดยตามประมวลจรรยาบรรณและจริยธรรม ของเรา บริษัทจะเคารพสิทธิความเป็นส่วนตัวของข้อมูลที่บริษัทรวบรวม ใช้ประมวลผล จัดเก็บ เปิดเผย และ/หรือ โอนเพื่อกิจกรรมต่างๆ ทางธุรกิจ
นโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลแก่ท่านเกี่ยวกับวิธีการประมวลผล(ซึ่งรวมถึง การรวบรวม การใช้ การจัดเก็บ การเปิดเผย และการโอน) (ต่อไปในที่นี้เรียกว่า “การประมวลผล” หรือ “ประมวลผล”) โดยบริษัท กรีน เมทัลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ( “บริษัท”, "เรา", "พวกเรา" หรือ"ของเรา" ในนโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้) ต่อข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้องกับบุคคลธรรมดาที่ได้ระบุตัวตนแล้วหรือ สามารถระบุตัวตนได้ในประเทศไทย และ (ให้บุคคลธรรมดาดังกล่าวเป็น “เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล”และ ให้ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวเป็น “ข้อมูลส่วนบุคคล”) ในฐานะเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล (หรือผู้ ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลหากเหมาะสม)
โดยตามประมวลจรรยาบรรณและจริยธรรมสากลของพวกเรา เราจะเคารพสิทธิความเป็นส่วนตัวของบุคคล และปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (ค.ศ. 2019) (“พีดีพีเอ”)
ข้อมูลส่วนบุคคล หมายถึง ข้อมูลใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งระบุตัวตนโดยตรงหรือโดย อ้อมของบุคคลดังกล่าว เช่น ชื่อจริง นามสกุล ที่อยู่วันเดือนปีเกิด หมายเลขโทรศัพท์ ภาพถ่าย ข้อมูลไบโอ เมตริกซ์ซึ่งรวมถึงข้อมูลลูกค้าหรือผู้จัดหาวัสดุ ข้อมูลพนักงาน ข้อมูลกรรมการ ผู้ถือหุ้น ผู้รับเหมา เป็นต้น 3 แต่ไม่รวมข้อมูลในกรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไม่สามารถระบุตัวตนได้หรือไม่สามารถระบุตัวตนได้อีก ต่อไป (ข้อมูลที่ไม่ระบุตัวตน)
เราอาจประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลดังต่อไปนี้ :
ข้อมูลส่วนบุคคลอาจถูกแปลงเป็นข้อมูลทางสถิติหรือข้อมูลรวมในลักษณะที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลจะไม่ ถูกระบุตัวตนหรือจะไม่สามารถระบุตัวตนได้จากข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวและอาจถูกใช้เพื่อวัตถุประสงค์ ในการวิเคราะห์และการวิจัย
เรารวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลรวมทั้งด้วยวิธีดังต่อไปนี้:
เราจะประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อกฎหมายและ/หรือข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง (โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พีดีพีเอ) อนุญาตให้พวกเราทำได้เท่านั้น
ก่อนการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามฐานประโยชน์อันชอบธรรมนี้เราจะประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น (ทั้งด้านบวกและด้านลบ) ต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลและต่อสิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลและ ทำการเปรียบเทียบระหว่างผลกระทบดังกล่าวต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลกับฐานประโยชน์อันชอบธรรม ของบริษัทต่อไป เราจะไม่ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลโดยอาศัยเหตุฐานประโยชน์อันชอบธรรมนี้หาก ผลเสียต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลและต่อสิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเกินกว่าฐานประโยชน์อันชอบธรรมของบริษัท
เราได้กำหนดคำอธิบายแบบฉบับ (1) วัตถุประสงค์สำหรับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (2) ชนิดของข้อมูลส่วนบุคคล และ (3) ฐานตามกฎหมายสำหรับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลอันชอบด้วยกฎหมาย ไว้ด้านล่างนี้ในรูปแบบของตาราง
(เราอาจประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับฐานตามกฎหมายมากกว่าหนึ่งข้อ ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์เฉพาะของการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล นอกเหนือจากวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ในตารางด้านล่าง โปรดทราบว่า เรายังอาจประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อการปฏิบัติตามข้อผูกพันทางกฎหมายของบริษัท เพื่อประโยชน์ อันชอบธรรม หรือเพื่อประโยชน์ที่สำคัญตามที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายด้วย)
| วัตถุประสงค์สำหรับการประมวลผล ข้อมูลส่วนบุคคล | ชนิดของข้อมูลส่วนบุคคล | ฐานตามกฎหมายสำหรับการประมวลผลอันชอบด้วยกฎหมาย |
|---|---|---|
| 1. เพื่อจดทะเบียนลูกค้า ผู้จัดหาวัสดุ หรือผู้ให้บริการรายใหม่ | (ก) รายละเอียดส่วนตัวและการ ระบุตัวตน (ข) ข้อมูลการติดต่อ |
(ก) การได้รับความยินยอมจากเจ้าของ ข้อมูลส่วนบุคคล (ข) การปฏิบัติตามสัญญา (ค) ประโยชน์อันชอบธรรม (เพื่อการบริหารจัดการ) |
| 2. เพื่อจัดหา (หรือจัดซื้อ) สินค้า หรือ ให้ (หรือรับ) บริการอย่างเหมาะสม ซึ่งรวมถึง: (ก) การทำ (หรือรับ) คำสั่งซื้อ; (ข) การส่งมอบ (หรือรับ การส่งมอบ); (ค) การชำระ (หรือการรับ) ค่าธรรมเนียม; (ง) การบริหารหนี้และสินเชื่อและ (จ) การให้ (หรือการรับ) บริการ ภายใต้บังคับใบอนุญาตประกอบ ธุรกิจของคนต่างด้าว; |
(ก) รายละเอียดส่วนตัวและการ ระบุตัวตน (ข) ข้อมูลการติดต่อ (ค) ข้อมูลการชำระเงิน |
(ก) การได้รับความยินยอมจากเจ้าของ ข้อมูลส่วนบุคคล (ข) การปฏิบัติตามสัญญา (ค) ประโยชน์อันชอบธรรม (เพื่อปฏิบัติตามข้อผูกพันทางธุรกิจ ของพวกเราอย่างเหมาะสม) |
| 3. เพื่อติดต่อและสื่อสารด้านการ สื่อสารการตลาด ทำการวิเคราะห์ข้อมูล และปรับปรุงธุรกิจของบริษัท | (ก) รายละเอียดส่วนตัวและการ ระบุตัวตน (ข) ข้อมูลการติดต่อ (ค) ข้อมูลสำหรับการตลาดและการติดต่อสื่อสาร |
(ก) การได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (ข) การปฏิบัติตามสัญญา (ค) ประโยชน์อันชอบธรรม (เพื่อพัฒนาธุรกิจของบริษัทด้วย การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ) |
| 4. เพื่อจัดการรายละเอียดการติดต่อ ซึ่งรวมถึง: (ก) การให้คำแนะนำการเปลี่ยนแปลงข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับบริษัท (ข) การขอมีส่วนร่วมในการสำรวจตลาด |
(ก) รายละเอียดส่วนตัวและการ ระบุตัวตน (ข) ข้อมูลการติดต่อ |
(ก) การได้รับความยินยอมจาก เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (ข) การปฏิบัติตามสัญญา (ค) การปฏิบัติตาม (ง) ประโยชน์อันชอบธรรม (เพื่อปรับปรุงรายละเอียดการติดต่อของลูกค้าและเพื่อการตรวจสอบสินค้าและ/หรือบริการ) |
| 5. เพื่อบริหารจัดการและปกป้อง ธุรกิจของพวกเราและเว็บไซต์นี้ (ซึ่งรวมถึงการแก้ไขปัญหา การวิเคราะห์ ข้อมูล การทดสอบ การบำรุงรักษา ระบบ การสนับสนุน การรายงาน และการโฮสต์ข้อมูล) | (ก) รายละเอียดส่วนตัวและการ ระบุตัวตน (ข) ข้อมูลการติดต่อ (ค) ข้อมูลทางเทคนิค |
(ก) การได้รับความยินยอมจาก เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (ข) ประโยชน์อันชอบธรรม (เพื่อการจัดการและการให้บริการ ด้านไอที การรักษาความปลอดภัย เครือข่าย และเพื่อป้องกันการฉ้อฉล) (ค) การปฏิบัติตาม |
| 6. เพื่อจัดการทรัพยากรบุคคลของบริษัทเพื่อทำการตัดสินใจที่เหมาะสมเกี่ยวกับการสรรหาและการ บริหารทรัพยากรบุคคล (ซึ่งรวมถึงการจัดการการจ่ายเงินเดือน การ ปฎิบัติตามสัญญาจ้างและกฎหมาย แรงงานและการดำเนินการฝึกอบรม) | (ก) รายละเอียดส่วนตัวและการระบุตัวตน (ข) ข้อมูลการติดต่อ (ค) ข้อมูลการชำระเงิน (ง) ประวัติส่วนตัว |
(ก) การได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (ข) การปฏิบัติตามสัญญา (ค) ประโยชน์อันชอบธรรม (เพื่อสรรหาบุคคลที่เหมาะสมและ ตรงตามลักษณะงานที่กำหนดและเพื่อการจัดการทรัพยากร มนุษย์ที่เหมาะสม) (ง) การปฏิบัติตาม (จ) ประโยชน์สำคัญต่อชีวิต |
| 7. เพื่อดำเนินมาตรการรักษาความ ปลอดภัยโดยควบคุมการเข้าถึงอาคาร เพื่อให้มีความมั่นใจในความปลอดภัยของพนักงานและผู้เยี่ยมชมของพวกเราและเพื่อบันทึกและเก็บรักษาบันทึกภาพถ่ายรูปภาพ และ/ หรือ เสียงผ่านโทรทัศน์วงจรปิด (ซีซีทีวี) ภาพ ถ่าย ภาพวีดิทัศน์การ บันทึกภาพและเสียงจากการสนทนา | (ก) รายละเอียดส่วนตัวและการ ระบุตัวตน (ข) ข้อมูลการติดต่อ (ค) ข้อมูลความปลอดภัย |
(ก) การปฏิบัติตามสัญญา (ข) การปฏิบัติตาม (ค) ประโยชน์อันชอบธรรม (เพื่อความปลอดภัยของพนักงานและผู้ เยี่ยมชมของพวกเรา) |
| 8. เพื่อตรวจสอบหรือจัดการกับข้อเรียกร้องหรือข้อพิพาทที่เกี่ยวข้องธุรกิจของบริษัท หรือปฏิบัติตามข้อกำหนดต่างๆตามกฎหมายข้อ บังคับหรือใบอนุญาต ประกอบการที่บังคับใช้ | (ก) รายละเอียดส่วนตัวและการ ระบุตัวตน (ข) ข้อมูลการติดต่อ (ค) ข้อมูลการชำระเงิน (ง) ประวัติส่วนตัว (จ) ข้อมูลความปลอดภัย |
(ก) การปฏิบัติตามสัญญา (ข) การปฏิบัติตาม (ค) ประโยชน์อันชอบธรรม (เพื่อตรวจสอบและตอบสนองต่อข้อ เรียกร้องและข้อพิพาทที่เกี่ยวข้องกับ ธุรกิจของบริษัท) |
| 9. เพื่อดำเนินการประเมินการควบคุมภายในของพวกเราและการเฝ้าติดตาม (เช่น โดยวิธีการตรวจสอบ ภายนอกและภายใน) ของ: (ก) ประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการดำเนินธุรกิจ; (ข) ความน่าเชื่อถือของการรายงานทางการเงิน; (ค) การปฏิบัติตามกฎหมายและ ข้อบังคับที่บังคับใช้อันเกี่ยวข้องกับ กิจกรรมทางธุรกิจ;และ (ง) การปกป้องสินทรัพย์ต่างๆ |
(ก) รายละเอียดส่วนตัวและการระบุตัวตน (ข) ข้อมูลการติดต่อ (ค) ข้อมูลการชำระเงิน (ง) ประวัติส่วนตัว |
(ก) การได้รับความยินยอมจาก เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (ข) การปฏิบัติตาม (ค) ประโยชน์อันชอบธรรม (เพื่อการป้องกันการฉ้อฉลและการ คุม้ครองทรัพยากรขององค์กรท้ัง ทางกายภาพและที่จับต้องไม่ได้) |
เราจะประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเฉพาะสำหรับวัตถุประสงค์ที่ได้รับแจ้งซึ่งเราได้รวบรวมไว้เว้นแต่เราได้พิจารณาเห็นสมควรว่า เราจำเป็นต้องประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์อื่น และวัตถุประสงค์ ดังกล่าวสอดคล้องกับวัตถุประสงค์เดิมที่แจ้งไว้
หากเราจำเป็นต้องประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์ที่เห็นได้ชัดว่าไม่เกี่ยวข้องกับวัตถุประสงค์ เดิมที่แจ้งไว้เราจะแจ้งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลให้ทราบถึงวัตถุประสงค์ใหม่ และขอความยินยอมจาก เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อนในกรณีที่จำเป็นต้องได้รับความยินยอมของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตาม กฎหมายที่ใช้บังคับ
เราอาจประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ต้องมีการรับรู้หรือความยินยอมของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หากจำเป็นต้องทำเช่นนั้น หรือได้รับอนุญาตให้ทำ เช่นนั้น ได้โดยกฎหมาย และ/หรือข้อบังคับ ที่เกี่ยวข้อง
เราอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลต่อบุคคลที่สามดังต่อไปนี้ขึ้นอยู่กับความพร้อมของมาตรการรักษาความปลอดภัยสำหรับการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลและการปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับที่เกี่ยวข้องโดยบุคคลที่สามดังกล่าว :
เมื่อเราร้องขอให้บุคคลที่สามภายนอกประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลในนามของพวกเรา เราจะไม่อนุญาตให้ พวกเขาใช้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อจุดประสงค์ของพวกเขาเอง เราจะอนุญาตให้พวกเขาประมวลผลข้อมูลส่วน บุคคลเฉพาะที่อยู่ ภายในขอบเขตของคำสั่งของพวกเราและกฎหมายและข้อบังคับที่เกี่ยวข้องซึ่งบังคับใช้ เจ้าของธุรกิจของพวกเรารายใหม่ (ผู้รับโอนธุรกิจ) จะสามารถประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้องใน ขอบเขตเดียวกันกับที่นโยบายนี้อนุญาตไว้และเป็นไปตามพีดีพีเอ เพื่อประโยชน์ในการตีความในส่วนนี้ :
“บุคคลที่สามภายใน” ให้รวมถึงบริษัทแม่ของเราบริษัทย่อยและบริษัทในเครือของบริษัทซึ่งบริษัทถือหุ้นส่วนใหญ่หรือส่วนได้เสียส่วนใหญ่ในประเทศไทย และ/หรือ ประเทศอื่นๆ “บุคคลที่สามภายนอก” ให้รวมถึงบุคคลที่สามดังต่อไปนี้ :
การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่กล่าวไว้ในข้อ 6. (การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล)ข้างต้นอาจรวมถึงการโอน ข้อมูลส่วนบุคคลไปต่างประเทศ
เราโอนข้อมูลส่วนบุคคลจากประเทศไทยไปต่างประเทศเฉพาะในกรณีที่ข้อหนึ่งข้อใดต่อไปนี้บังคับใช้:
เราได้วางมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เหมาะสมเพื่อป้องกันการสูญหาย การเข้าถึงการใช้ การเปลี่ยนแปลง การแก้ไข หรือการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายและจะตรวจสอบให้แน่ใจว่ามาตรการรักษาความปลอดภยัเป็นไปตามมาตรฐานขั้นต่ำที่คณะกรรมการคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคลได้ระบุและประกาศไว้ตาม พีดีพีเอ
เราจำกัดการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลเฉพาะพนักงานตัวแทน ผู้รับเหมาและบุคคลอื่น และบุคคลที่สามที่กล่าวถึงในข้อ 6. (การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล)ข้างต้นเฉพาะตามที่เป็นการจำเป็นพวกเขาจะได้รับอนุญาตให้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลภายในขอบเขตคำสั่งของพวกเราเท่าน้ันและจะอยู่ภายใต้บังคับหน้าที่ในการรักษาความลับ
หากเราพบว่ามีการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทจะรายงานไปยังสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ชักช้าเกินสมควร และ หากเป็นไปได้ ไม่เกิน 72 ชั่วโมงเมื่อพบ
หากการละเมิดอาจส่งผลให้เกิดความเสี่ยงสูงต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคล เราจะแจ้งเจ้าของข้อมูลส่วน บุคคลที่เกี่ยวข้องว่ามีการละเมิดและให้ข้อมูลเกี่ยวกับการละเมิดและแนวทางการแก้ไขโดยไม่ชักช้าเกินควร
เราจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลเท่าที่จำเป็นตามสมควรต่อการบรรลุวัตถุประสงค์ในการรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเท่านั้น เราอาจเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลไว้เป็นเวลานานขึ้นในกรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลฟ้องร้อง หรือหากเรา มีเหตุอันควรเชื่อว่าจะมีการดำเนินคดีกับเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เราอาจเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลไว้แม้ หลังจากได้บรรลุวัตถุประสงค์ในการรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลแล้วในกรณีที่มีความจำเป็นเนื่องจากบริษัทมีประโยชน์อันชอบธรรมอยู่ที่จะทำเช่นน้ันได้หรือเป็นไปเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมายที่บังคับใช้รวมถึง พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 (2017) เพื่อที่จะกำหนดระยะเวลาการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลที่เหมาะสม เราจะพิจารณาจำนวน ลักษณะ และ ความอ่อนไหวของข้อมูลส่วนบุคคลความเสี่ยงต่อความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้หรือเปิดเผยข้อมูล ส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต วัตถุประสงค์ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล โอกาสที่จะบรรลุ วัตถุประสงค์ดังกล่าวด้วยวิธีการอื่นๆ ตลอดจนข้อกำหนดทางกฎหมาย ภาษี การบัญชี หรือข้อกำหนดอื่นๆ ที่บังคับใช้
10.1 สิทธิทางกฎหมาย
ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลอาจร้องขอต่อบริษัทตามรายละเอียดการติดต่อตามข้อ 12 ของนโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้เพื่อใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลดังต่อไปนี้:
เมื่อเราได้รับคำขอให้ใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลข้างต้น เราจะดำเนินการตามคำขอโดยไม่ชักช้า เกินควรหากคำขอน้ันได้ดำเนินการตาม พีดีพีเอ และข้อบังคับอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องและเราไม่มีเหตุผลอันชอบด้วยกฎหมายที่จะปฏิเสธคำขอดังกล่าวตามที่กฎหมายได้อนุญาตไว้
เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิที่จะร้องเรียนต่อหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้องซึ่งรับผิดชอบปัญหาการ คุ้มครองข้อมูลที่มีเขตอำนาจได้ อย่างไรก็ตาม เราหวังเป็นอย่างยิ่ง หากท่านมีความกังวลเกี่ยวกับข้อมูลส่วน บุคคลของท่าน ท่านจะแจ้งให้เราทราบเป็นลำดับแรกก่อนติดต่อกับหน่วยงานกำกับดูแลดังกล่าว
10.2 ค่าใช้จ่าย ฯลฯ
โดยหลักแล้วเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ในการใช้สิทธิข้อหนึ่งข้อใดดังกล่าว อย่างไรก็ตาม เราอาจขอให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลรับผิดชอบค่าใช้จ่ายตามสมควรหากเห็นได้ชัดเจนว่าคำขอของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไม่มีมูล ซ้ำซ้อน หรือมากเกินไป เราอาจเลือกที่จะปฏิเสธที่จะตอบคำขอของ เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในสถานะการณ์ดังกล่าวตาม พีดีพีเอ และกฎหมายและข้อบังคับอื่นๆ ที่บังคับใช้
10.3 การให้ข้อมูลเพิ่มเติม
เมื่อเราได้รับคำขอให้ใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เราอาจจำเป็นต้องขอข้อมูลเฉพาะจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อช่วยเราในการยืนยันตัวตนของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลและรักษาสิทธิของเจ้าของ ข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งนี่เป็นมาตรการรักษาความปลอดภัยเพื่อให้แน่ใจว่าข้อมูลส่วนบุคคลจะไม่ถูกเปิดเผยต่อ บุคคลใดๆ ที่ไม่มีสิทธิได้รับข้อมูลส่วนบุคคลนั้น
เราอาจติดต่อเจ้าของ
© Green Metals (Thailand) Co., Ltd. All Rights Reserved.